การประเมินวัฏจักรชีวิตและคาร์บอนฟุตพริ้นท์
(LCA & Carbon Footprint)
การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment; LCA)
การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment; LCA) เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการประเมินเกี่ยวกับผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และระบบการผลิต โดยตรวจสอบทั้งวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบหลัก กระบวนการผลิต การประกอบ การขนส่ง การนําไปใช้ ตลอดจนการกำจัด หรือการนํามาใช้ใหม่ (Recycle) การประเมินวัฏจักรชีวิตจึงเป็นตัวช่วยเพิ่มความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมของมนุษย์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
การประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- 1. การบ่งชี้และระบุปริมาณของภาระทางสิ่งแวดล้อม (Environmental loads) ในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องหรือเกิดขึ้นตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น พลังงานและวัตถุดิบที่ถูกใช้การปล่อยของเสียและการแพร่กระจายของมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม
- 2. การประเมินและการหาค่าของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impacts) ที่มีโอกาสเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากปริมาณภาระทางสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ถูกบ่งชี้มาในขั้นตอนแรก
- 3. การประเมินหาโอกาสในการปรับปรุงทางสิ่งแวดล้อม โดยใช้ข้อมูลที่มีการแสดงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของกิจกรรมเหล่านี้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint)
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นเครื่องมือคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรูปของน้ำหนักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq)
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint of Organization: CFO)
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรตลอดวัฏจักรชีวิต เช่น การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง การใช้ไฟฟ้า การจัดการของเสีย และการขนส่ง วัดออกมาในรูปตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยพิจารณาจาก 3 ส่วนหลัก แบ่งเป็น SCOPE ดังนี้
SCOPE I: การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางตรง (Direct Emissions) จากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรโดยตรง เช่น การเผาไหม้ของเครื่องจักร การใช้พาหนะขององค์กร (ที่องค์กรเป็นเจ้าของเอง) การใช้สารเคมีในการบำบัดน้ำเสีย การรั่วซึม/รั่วไหล จากกระบวนการหรือกิจกรรม เป็นต้น
SCOPE II: การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Energy Indirect Emissions) ได้แก่ การซื้อพลังงานมาใช้ในองค์กร ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อน พลังงานไอน้ำ เป็นต้น
SCOPE III: การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางอ้อมด้านอื่นๆ การเดินทางของพนักงานด้วยพาหนะที่ไม่ใช่ขององค์กร การเดินทางไปสัมมนานอกสถานที่ การใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น
การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรทำโดยอ้างอิงกรอบดำเนินงานและขั้นตอนตามแนวทาง การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร ของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล ISO 14064
เป้าหมายการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร
- 1. การดำเนินการสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
- 2. การรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีตามกฏหมายกำหนดหรือการรายงานใน ONE Report, SD report, DJSI
- 3. การสร้างแบรนด์โดยการสื่อสารเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ของการทำ CFO
ภาคธุรกิจ
- 1. สามารถประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมขององค์กร สามารถจำแนกสาเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญและหาแนวทางเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
- 2. ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงอาจนำไปขายเป็นคาร์บอนเครดิตหรือทำการชดเชยคาร์บอนกับองค์กรอื่นๆ
ภาครัฐ
ใช้ในการขับเคลื่อนให้เกิดการบริหารจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP)
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ คือ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การกระจายสินค้า การใช้งาน และการจัดการของเสียหลังหมดอายุการใช้งาน โดยวัดในรูปของน้ำหนักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์หรือหน่วยหน้าที่การทำงาน
การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ทำโดยอ้างอิงกรอบดำเนินงานและขั้นตอนตาม แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ ของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล ISO 14067
เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่จะติดบนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั้น เป็นการแสดงข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบว่า ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาปริมาณเท่าไหร่ ตั้งแต่ขั้นตอนการได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การกระจายสินค้า การใช้งาน และการจัดการของเสียหลังหมดอายุการใช้งาน ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจชื้อของผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น การใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกด้วย เนื่องจากขณะนี้ในหลายประเทศเริ่มมีการนำคาร์บอนฟุตพริ้นท์มาใช้กันแล้ว ทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น และมีการเรียกร้องให้สินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทยต้องติดเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ด้วย นอกจากนั้น หากประเทศไทยมีการดำเนินโครงการและเก็บข้อมูลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน จะช่วยให้เรามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นในการประชุมระดับโลกเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน
เป้าหมายการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์
- 1. การสร้างโอกาสทางการตลาดจากการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ และ ตามความต้องการของลูกค้า ได้แก่ ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ฉลากคาร์บอนนิวทรัล ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน
- 2. การสร้างแบรนด์โดยการสื่อสารเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- 3. การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ บริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน
คาร์บอนฟุตพริ้นท์สําหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Product)
ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป ส่วนประกอบ บรรจุภัณฑ์ และวัสดุที่มีการหมุนเวียนตามหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่านอกจากผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป ส่วนประกอบ บรรจุภัณฑ์ และวัสดุมีการผลิตจากการหมุนเวียนทรัพยากรแล้วยังมีการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. รับรองด้วย
คาร์บอนฟุตพริ้นท์อีเว้นท์ (Carbon Footprint of Event: CF-Event)
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ระดับกิจกรรมการจัดอีเว้นท์ หมายถึง ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการจัดอีเว้นท์ ซึ่งพิจารณาจากการจัดหาวัตถุดิบ การให้บริการจัดงาน และการจัดการของเสีย ตลอดจน การเดินทางและพักค้างของผู้มาร่วมงาน ในรูปของน้ำหนักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) ต่ออีเว้นท์
อ้างอิงกรอบดำเนินงานและขั้นตอนตามแนวทางการประเมินคาร์บอนผลิตภัณฑ์ ของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล ISO 14064
เป้าหมายการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์อีเว้นท์
- 1. การสร้างโอกาสทางการตลาดจากความต้องการของลูกค้า
- 2. การสื่อสารความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
อ้างอิง